Main content
fragrance ysl

FRAGRANCES

fragrance ysl

FIND YOUR
FRAGRANCE

ประวัติน้ำหอม

ประวัติความเป็นมาของน้ำหอม YSL Beauty

ประวัติความเป็นมาของน้ำหอม YSL Beauty เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1961 กับน้ำหอมรุ่นแรกอย่าง Y ที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการน้ำหอมด้วยกลิ่นหอมที่สดชื่น มีชีวิตชีวา และสะท้อนถึงบุคลิกอันโดดเด่นของ อีฟส์ แซงต์ โลร็องต์ ดีไซเนอร์ชื่อดังชาวฝรั่งเศส

ต่อมาในปี ค.ศ. 1966 น้ำหอม Rive Gauche ก็ได้เปิดตัวขึ้น โดยน้ำหอมรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของย่านริฟต์โกชในกรุงปารีส น้ำหอมรุ่นนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและกลายเป็นน้ำหอมที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของ YSL Beauty

ในปี ค.ศ. 1971 เปิดตัวน้ำหอม Opium โดยน้ำหอมรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ น้ำหอมรุ่นนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและกลายเป็นน้ำหอมที่โด่งดังไปทั่วโลก

ในปี ค.ศ. 1977 เปิดตัวน้ำหอม Paris โดยน้ำหอมรุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมืองปารีสอันแสนโรแมนติก น้ำหอมรุ่นนี้ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามและกลายเป็นน้ำหอมที่ขายดีที่สุดตลอดกาลของ YSL Beauty

ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี น้ำหอม YSL Beauty ได้สร้างสรรค์น้ำหอมออกมามากมายหลากหลายรุ่น โดยแต่ละรุ่นล้วนสะท้อนถึงบุคลิกอันโดดเด่นของแบรนด์และสะท้อนถึงความต้องการของผู้หญิงและผู้ชายยุคใหม่ น้ำหอม YSL Beauty จึงเป็นน้ำหอมที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานและยังคงเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนทั่วโลก และส่วนต่อไปนี้เป็นน้ำหอม YSL Beauty ยอดนิยมบางรุ่น

  • Y (1961) : กลิ่นหอมสดชื่น มีชีวิตชีวา สะท้อนถึงความเป็นอิสระและเป็นตัวของตัวเอง
  • Rive Gauche (1966) : กลิ่นหอมหรูหรา คลาสสิก สะท้อนถึงความเป็นผู้หญิงที่ทันสมัย
  • Opium (1971) : กลิ่นหอมเย้ายวน เซ็กซี่ สะท้อนถึงความเป็นผู้หญิงที่มั่นใจและเป็นตัวของตัวเอง
  • Paris (1977) : กลิ่นหอมโรแมนติก ชวนฝัน สะท้อนถึงความเป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานและสง่างาม

นอกจากนี้ YSL Beauty ยังมีน้ำหอมในตระกูลอื่นๆ อีกมากมาย เช่น น้ำหอมกลิ่นฟลอรัล กลิ่นผลไม้ กลิ่นซีตรัส กลิ่นวู้ดดี้ กลิ่นเครื่องเทศ เป็นต้น เพื่อให้ผู้คนสามารถเลือกน้ำหอมที่เหมาะกับบุคลิกและสไตล์ของตนเอง

ประเภทของน้ำหอม

รู้จักประเภทของน้ำหอม และการเลือกใช้ให้เหมาะสม

ประเภทของน้ำหอมสามารถแบ่งออกได้ 5 ประเภท ตามระดับความเข้มข้นของน้ำหอม ดังนี้

Parfum

Parfum มีส่วนผสมของหัวน้ำหอม 20-40% มอบกลิ่นที่เข้มข้น ติดทนนานประมาณ 12-24 ชั่วโมง เหมาะสำหรับใช้ในงานสำคัญต่าง ๆ

Eau de Parfum

Eau de Parfum มีส่วนผสมของหัวน้ำหอม 15-20% มอบกลิ่นที่ให้ความรู้สึก หรูหรา ติดทนประมาณ 6-10 ชั่วโมง เหมาะสำหรับใช้ในช่วงเวลากลางคืน ท่องเที่ยวยามราตรี

Eau de Toilette

Eau de Toilette มีส่วนผสมของหัวน้ำหอม 5-15% กลิ่นจะอ่อนโยน สบาย ๆ ติดทนประมาณ 3-5 ชั่วโมง เหมาะสำหรับใช้เป็นประจำในทุกวัน

Eau de Cologne

Eau de Cologne มีส่วนผสมของหัวน้ำหอม 2-5% กลิ่นจะมีความสดชื่น สะอาด ติดทนประมาณ 2-4 ชั่วโมง อีกหนึ่งความเข้มข้นของน้ำหอม ที่เหมาะสำหรับใช้ในทุกวัน

Eau Fraiche

Eau Fraiche มีส่วนผสมของหัวน้ำหอม 1-3% กลิ่นเบาบาง สดชื่น ติดทนไม่นานประมาณ 1-2 ชั่วโมง เหมาะสำหรับใช้ในช่วงเช้าหรือกลางวัน

นอกจากรู้จักประเภทของน้ำหอม แล้ว การเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับตัวเองนั้น ควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น โอกาสในการใช้ สภาพอากาศ สภาพผิว และรสนิยมส่วนตัว เป็นต้น

วิธีเลือกน้ำหอม

วิธีเลือกซื้อน้ำหอม

วิธีเลือกซื้อกน้ำหอม ใกล้เคียงกับการเลือกใช้ให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงโอกาสและการใช้งาน และยังมีวิธีอื่น ๆ ประกอบไปด้วย

  • เลือกซื้อจากประเภทของน้ำหอม : หากต้องการให้น้ำหอมติดทนนาน และออกงานสำคัญ ควรเลือกใช้แบบ Parfume ที่กลิ่นจะอยู่ 12-24 ชั่วโมง แต่ถ้าเน้นในการใช้งานแบบชีวิตประจำวัน ควรเลือกใช้เป็น Eau de Parfum กลิ่นจะติดทนประมาณ 6-10 ชั่วโมง
  • เลือกซื้อจากโอกาสในการใช้งาน : เลือกตามโอกาสในการใช้งาน เช่น ถ้าไปทำงาน ไปเดินเล่น แนะนำให้ใช้กลิ่นแนวสดชื่นอย่าง LIBRE L’ABSOLU PLATINE หรือ MON PARIS LUMIERE EAU DE TOILETTE ถ้าหากออกงานสำคัญ งานเลี้ยง งานแต่งงาน ให้ใช้กลิ่นหรูหรา ดูสุขุม เร่าร้อน ทรงเสน่ห์ และ LIBRE LE PARFUM คือคำตอบ
  • เลือกซื้อจากสภาพผิว : ถ้าหากว่ามีสภาพผิวปกติหรือผิวมัน สามารถใช้น้ำหอมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ได้ ในขณะคนที่ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ควรใช้น้ำหอมที่ปราศจากส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันการแพ้
วิธีดูแลน้ำหอม

การดูแลน้ำหอมให้มีอายุการใช้งานยาวนาน

น้ำหอมมีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยประมาณ 2-3 ปี หากดูแลรักษาอย่างถูกต้อง น้ำหอมจะสามารถมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้นได้ การดูแลน้ำหอมให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน สามารถทำได้ดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการเก็บรักษาน้ำหอมไว้ในที่ร้อนหรือชื้น หรือแสงแดดโดยตรง เพราะจะทำให้กลิ่นน้ำหอมเสื่อมสภาพได้
  • เขย่าขวดน้ำหอมก่อนใช้ทุกครั้ง จะช่วยให้กลิ่นน้ำหอมผสมผสานกันได้ดี และกระจายตัวได้ดียิ่งขึ้น
  • ปิดฝาน้ำหอมให้สนิททุกครั้งหลังใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นน้ำหอมระเหยออก
  • เติมหัวน้ำหอมใหม่ เมื่อน้ำหอมใกล้หมดหรือกลิ่นหอมจางลง
  • หากขวดน้ำหอมเดิมมีรอยแตกหรือชำรุด สามารถเปลี่ยนขวดน้ำหอมใหม่ได้

วิธีดูแลน้ำหอม ยืดอายุน้ำหอมเหล่านี้ จะช่วยให้น้ำหอมของคุณมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น และยังคงกลิ่นหอมที่สดชื่นอยู่เสมอ

Orientation message
For the best experience, please turn your device